ทริปนี้เที่ยวทุ่งดอกกระเจียวชัยภูมิและเขาค้อหน้าฝน

อ่านบทความเรื่อง ทริปนี้เที่ยวทุ่งดอกกระเจียวชัยภูมิและเขาค้อหน้าฝน

http://tour.joaw-ying.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/

เผยแพร่ – July 27, 2016 ในหมวด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เข้าสู่เดือนกรกฎาคมหน้าฝนแล้ว หลายๆคนคงมองหาที่เที่ยวว่าที่ไหนดี ไปทะเลถ้าเจอฝนก็คงหมดสนุก หรือจะไปเล่นน้ำตกน้ำเยอะเย็นชุ่มฉ่ำก็น่าสนใจไม่น้อย ตัวเลือกอีกที่ก็คือเที่ยวภูเขา และช่วงนี้มีเทศกาลทุ่งดอกกระเจียวบาน แต่ก็อยากไปดูทะเลหมอก เลยตัดสินใจไปทั้ง2อย่างในทริปนี้เลย ครั้งนี้ชวนพ่อกับแม่ไปนั่งรถเล่นชมวิว สูดโอโซนด้วย ฉะนั้นทริปนี้จะต้องหาที่เที่ยวที่สะดวกสบายหน่อย เดินเยอะๆไม่ค่อยไหวเพราะอายุเยอะแล้ว ในทริปนี้อาจไม่ค่อยลุยๆ เท่าไหร่นะคะ จะเป็นแนวชิลๆกินบรรยากาศซะส่วนใหญ่ เริ่มออกเดินทางวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม ทั้งหมด 3 วัน 2 คืน

แผนการท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน

วันแรก – เดินทางจากกทม.ไปอุทยานแห่งชาติป่าหินงามประมาณ 4 ชม. น่าจะไปถึงทุกดอกกระเจียวบ่าย เดินเล่นผาสุดแผ่นดิน และป่าหินงาม หาที่พักนอนสัก1คืน
วันที่สอง – ตื่นมาดูทะเลหมอกที่ทุ่งดอกกระเจียว สายๆขับรถเข้ามุ่งหน้าขึ้นไปเขาค้อ หาที่พักสวยๆนอนดูหมอก 1 คืน
วันที่สาม – ตื่นมาชมทะเลหมอกหน้าที่พัก และจุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ ผ่านจุดชมวิวทะเลหมอกหน้าพิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์ผู้เสียสละ วัดผาซ่อนแก้ว ร้านกาแฟพีโน่ กลับกทม.

9:00 เริ่มต้นเดินทางออกจากกทม. แวะกินข้าวเส้นอยุธยาร้าน ข้าวแกงบ้านสวน ก่อนเดินทางต่อยาวๆ วิ่งเส้นชัยบาดาล ทองฟ้าแจ่มใสมีเมฆก้อนใหญ่เยอะเลย ไม่นานก็เขาเขตจังหวัดชัยภูมิ มีป้ายจังหวัดต้อนรับเราแล้ว

13:30 ขับมาตามป้ายไปอุทยานป่าหินงามมาเรื่อยๆ ก่อนเข้าอุทยานก็เจอป้ายต้อนรับ เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน ประจำปี 2559 บริเวณทางเข้านั้นจะมีจัดสวนดอกกระเจียวไว้ให้นักท่องเที่ยวชม มีที่จอดรถหลังป้ายนะคะ เราก็เข้าไปจอดแล้วลงมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนที่จะเข้าอุทยาน

เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน ประจำปี 2559

เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน ประจำปี 2559

 

14:00 ขับดูที่พักสำหรับคืนนี้ เราขับรถไล่ดูตั้งแต่ทางเข้า ไปจนถึงใกล้อุทยานนะคะ

เส้นทาง@LOVE รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทที่น่ารัก บรรยากาศดีมากเลยคะ วิวบนชั้น2ของบ้านพักดีมากกว้างโล่งสบายตา และต้อนรับน้องหมาด้วยนะคะ ขนาดว่าเราไปวันธรรมดาห้องพักเกือบเต็มว่างแค่ 1 ห้องเท่านั้น เรามากัน 4 คนเลยต้องขอคิดดูก่อนว่าจะตัดสินใจอย่างไรดีเพราะห้องไม่สามารถเสริมเตียงให้นอน4คนได้อะ ราคาห้อง 2 คน 1400฿ เต้นท์ 600฿  https://www.facebook.com/sentang.atloveresort

บ้านไร่อิงดอย มีบ้านพักและห้องพักหลายแบบหลายห้องให้เลือกตามความต้องการที่หลากหลาย เป็นรีสอร์ทที่เน้นไปทางสีสันสีชมพู สาวๆอาจจะชอบนะคะที่นี่ ราคาเริ่มต้นที่ห้องละ 1600฿http://www.baanraiingdoi.net/

ไร่ภูแสง ห้อง 2 คน 1000฿ ห้องใหญ่ 1500฿ บ้านพักหลังใหม่่ สะอาด ห้องกว้าง คุณป้าใจดี ติดต่อที่พัก http://www.baankrajeaw.com/raiphusang54.htm หรือจองผ่าน Agoda ก็ได้แล้วแต่สะดวกนะคะ อ่านรีวิวที่พักไร่ภูแสง

หลังจากที่ขับดูที่พัก ก็ตกลงเลือกที่พักได้เรียบร้อยในราคาที่ลดพิเศษให้ครอบครัวเราอิอิ^^

15:00 ก่อนเข้าอุทยานไม่กี่ร้อยเมตรจะมีร้านอาหารและที่พักใกล้ๆอุทยานมากมาย เราแวะกินร้านครัวสุพรรณ อาหารตามสั่ง ส้มตำ ไก่ย่าง  รสชาติอาหารตามสั่งอร่อยถูกปากคะ รสชาตเข้มข้น จัดจ้าน เราสั่งข้าวกระเพราเนื้อ 2 จาน ข้าวผัดพริกแกง 2 จาน ส้มตำไข่เค็มปลากรอบ ไข่เจียว ราคามื้อนี้ 300 บาทคะ

กินอิ่มแล้วลุยคะ เข้าอุทยานกัน ก่อนอื่นศึกษาเส้นทางในอุทยานก่อนคะว่ามีที่เที่ยวอะไรบ้าง ลานหิน เช่น หินรูปทรงจานเรดาร์ หินรูปทรงถ้วยฟุตบอล, ผาสุดแผ่นดิน จุดชมทุ่งดอกกระเจียว1, 2, 3 เดี๋ยวเราจะไปทุกจุดก่อนพระอาทิตย์ตกกันคะ

แผนที่ภายในอุทยานป่าหินงาม

16:00 ผ่านด่านค่าธรรมเนียมก่อนเข้านะคะเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไปเข้าฟรีนะคะ ทริปนี้มี 1 คนที่เข้าฟรีนะ อุทยานปิด 6 โมงเย็นนะคะ

ด่านต่อมาช่วงเทศกาลทางอุทยานไม่อนุญาติให้นำรถขับขึ้นไปเองนะคะ เราจะต้องซื้อตั๋วรถซาฟารีนั่งขึ้นไปยังจุดต่างๆภายในอุทยานคนละ 30 บาทแล้วเดินไปตามช่องทางที่จัดให้เลยคะ เจ้าหน้าที่บอกว่ามีรถวิ่งบริการตั้งแต่ 6:00 – 18:00 ใครจะชมทะเลหมอกเช้าๆสามารถมาได้นะ แต่ไม่ได้มาตอนเช้าอันนี้ไม่แน่ใจนะคะว่ามีจริงหรือป่าว

จุดแรกที่รถมาส่งคือ ผาสุดแผ่นดิน ณ จุดนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขาพังเหย ( 846 เมตร ) เกิดจากการดันตัวของแผ่นดินภาคกลาง ( ฉานไทย ) ซุกเข้าใต้แผ่นดินภาคอีสาน ( อินโด-ไชน่า ) ทำให้เกิดขอบยกสูงขึ้น แบ่งระหว่างภาคกลางกับภาคอีสานจึงเรียกบริเวณนี้ว่า สุดแผ่นดินอีสาน-กลาง-เหนือ อากาศเย็นสบายกำลังดีเลยคะ ไม่มีแดด นั่งชมวิวป่าเขียวๆมุมสูงแบบนี้สดชื่นจริงๆเลยคะ ซูดโอนโซนลึกๆแล้วไปเที่ยวจุดต่อไปกันคะ

จากจุดนี้สามารถเดินตามแผนที่ไปยังทุ่งดอกกระเจียวจุดที่ 1 ต่อได้เลยเส้นทาง 350 เมตร แต่ทริปนี้ให้ผู้สูงอายุเดินมากๆเดี๋ยวจะเหนื่อยเกินไปนั่งรถไปจุดต่อไปกันดีกว่าคะ นั่งรถลงมา สะพานเดินชมทุ่งดอกกระเจียว เดินเล่นไม่กี่เมตรก็เจอแล้วแล้วพ่อแม่ก็เดินกลับตามระเบียบ

นั่งรถไปยังจุดต่อไปรถไปจอดที่ ลานหินหน่อ แต่ไม่ลงค่ะเพราะเวลาใกล้จะ 6 โมงเย็นแล้วขอไปลงยังจุดไฮไลท์อีกจุดดีกว่า แล้วท่าทางฝนใกล้จะมาแล้ว

ลานหินหน่อ

ลานหินหน่อ

จุดต่อมาที่รถไปจอดคือ ลานหินงาม  เป็นบริเวณที่มีโขดหินใหญ่รูปร่างแปลก ๆ เช่น ตะปู  เรด้าร์  แม่ไก่ ถ้วยฟุตบอล หรือปราสาทหิน กระจายอยู่เต็มไปหมดในเนื้อที่กว่า 10ไร่ เกิดจากการกัดเซาะของเนื้อดินและหินเป็นลักษณะแตกต่างกัน

ลานหินงาม

ลานหินงาม

18:30 เดินเที่ยวจนพอใจแล้วคะ แต่หาหินราชสีห์ กับ ช้างเอราวัณ ไม่เจอเลยคะ ไม่รู้เราไม่ค่อยมีจินตนาการ หรือว่าเราหลงทางก้ไม่รู้ ออกจากอุทยานไปหาร้านอาหารกินมื้อเย็นกันดีกว่า เราเลือกกินร้านที่ไม่ไกลจากอุทยานและที่พักมากเพราะทางเริ่มมืดแล้ว เลือกร้าน ครัวไทยอีสาน เพราะร้านค่อนข้างใหญ่ จัดร้านสว่าง โต๊ะน่านั่งดีคะ แถวนั้นไม่ค่อยมีร้านเปิดเยอะเท่าไรคงเป็นเพราะเป็นวันธรรมดา สั่งอาหาร ปลานิลเผา ต้มแซ่บกระดูกหมู ผัดคะน้าน้ำมันหอย ข้าวผัดหมู ข้าวต้มหมูสับ ราคาทั้งหมด 445 บาท อ่านรีวิวร้านอาหารที่นี่

กินเสร็จแล้วก็กลับเข้าที่พัก เตรียมเที่ยวต่อวันพรุ่งนี้ วันนี้ขอลาไปก่อนฝันดีนะคะจุ๊ฟๆ

สรุปค่าใช้จ่ายวันแรก
ค่าธรรมเนียมอุทยานป่าหินงามคนละ 40บาทจำนวน 3 คน 120 บาท
รถนำเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวคนละ 30 บาทจำนวน 4 คน 120 บาท
มื้อกลางวันครัวสุพรรณ 300 บาท
มื้อเย็นครัวไทยอีสาน 445 บาท
ที่พักไร่ภูแสง 1200 บาท
รวมทั้งหมด 2,185 บาท ยังไม่รวมค่าน้ำมันนะจ๊ะเอาไว้รวมวันสุดท้าย